คิดก่อนกิน..อาหารปนเปื้อนเชื้อรา

สารพิษที่เพิ่มอัตราการเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง

     ปัจจัยสำคัญ ทำให้เกิดโรคมะเร็ง มะเร็งตับ มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งทางเดินอาหาร เหล้า ทำให้เกิดโรคไขมัน คั่งในตับ และ โรคตับแข็งก่อนที่จะเป็นมะเร็งตับ เนื่องจากสารก่อมะเร็งที่เกิดจากการเผ่าไหม้ของสารเริ่มต้น เป็นตัวส่งเสริมให้ สารพิษ ออกฤทธิ์ ที่อวัยวะเป้าหมาย

%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%9e%e0%b8%94

 

สารพิษที่เพิ่มอัตราการเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง ดังนี้

1. สารพิษจากเชื้อราทำให้เกิดโรคมะเร็งตับ ข้าวสุก ข้าวโพด ถั่วลิสง อาหารที่ถนอมโดยการตากแห้ง  ที่มิได้ผ่านขบวนการ  อย่างถูกต้อง   มักจะมีเชื้อรา aspergillus, penicillium สารพิษของมันปนเปื้อน คนเป็นมะเร็งตับมากที่สุด

2. สารเอ็นในโตรโป (N-nitroso compounds)  เป็นสารที่เกิดจากการหมักดอง ระหว่างเกลือไนไตรท์ กับ สารพวกเอมีน ที่มาจาก อาหาร หรือ ยา หรือ ยาปราบศัตรูพืช ทำให้เกิดโรคมะเร็งตับ หลอดอาหาร ระบบทางเดินหายใจ ไต ทางเดินอาหาร กระเพาะปัสสาวะ

3. สารก่อมะเร็งจากพืช จากผลผักกูด สมุนไพรที่ใช้เป็นประจำควรได้รับการตรวจสอบว่า มีสารก่อมะเร็ง ร่วมด้วย

%e0%b8%aa%e0%b8%b5

4. สารเจือปนในอาหาร น้ำดื่ม สีผสมอาหาร  ที่ไม่ถูกต้องตามาตรฐาน ของกระทรวงสาธารณสุข เป็นสีที่ต้องห้าม ทั้งหมด สีอนินทรีย์ที่ใช้ย้อมผ้า กระดาษ  วัสดุต่างๆ ประกอบด้วยเกลือ สารตะกั่ว แคดเมี่ยม สารปรอท สารชูรสต่างๆ

%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad

5. สารที่เกิดจากการปรุงอาหาร สารจำพวกไฮโดรคาร์บอน ในอาหารพวกเนื้อ/ไขมันเผา ปิ้ง ย่าง ด้วยฟืน  ถ่านไฟ ปลา เนื้อรมควัน มักจะมีสารก่อมะเร็ง อาหารพวกเนื้อที่ถูกปรุง ทำให้สุก โดยการเผา การปิ้ง การย่าง ที่มีอุณหภูมิสูงมาก โดยตรงจนไหม้ดำเกรียม 

6. มลพิษจากสิ่งแวดล้อม สารปราบศัตรูพืช สารฆ่าหญ้า สารโลหะหนัก แร่ใยหิน หรือ แอสเบสตอส เบอริลเลียม สารกัมมันตรังสีทำให้ เกิดโรคมะเร็ง ทั้งทางตรง และ ทางอ้อม อาจผ่านขบวนการ “ห่วงโซ่อาหาร”

%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2

พยาธิมีในปลาดิบ ปลาร้า ปลาจ่อม ปูเค็ม ซึ่งมีพยาธิใบไม้ ไข่ของพยาธิ

7. อาหารดิบที่มีพยาธิ ปลาดิบ ปลาร้า ปลาจ่อม ปูเค็ม ซึ่งมีพยาธิใบไม้  ไข่ของพยาธิทำให้เกิดโรคมะเร็งตับ มะเร็งท่อน้ำดี ในแถบภาคอีสาน ภาคเหนือ ที่มีการรับประทาน  อาหารป่า สัตว์น้ำ ไม่ถูกทำให้สุก ตัวพยาธิ จะทนต่อการหมัก/ดอง กรดมะนาว กรดมดแดง แต่ไม่ทนต่อความร้อน ความร้อนสามารถจะทำลายไข่ และ ตัวพยาธิได้

8. ยาสมุนไพรที่มีสารหนู อาร์เซนิก สารหนูทำให้ เกิดมะเร็งผิวหนัง โดยการรับประทานอาหาร น้ำดื่ม ยาแผนโบราณ ที่มีสารหนู เป็นส่วนประกอบ จึงระวังโรคไข้ต่ำ มีสาเหตุมาจากการปนเปื้อนของสารหนู ในน้ำดื่ม มาจากแหล่งน้ำในเหมืองแร่เก่า

9. กาแฟ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน สารคาเฟอีนมีฤทธิ์ยับยั้ง ช่วยซ่อมแซมโมเลกุล        ดี เอ็น เอ (DNA repair) ทำให้เสริมฤทธิ์การทำลายทางพันธุกรรมของ สารก่อกลายพันธุ์ และ สารก่อมะเร็ง คาเฟอีน จะทำให้เป็นโรคมะเร็งตับอ่อน

35dg

10. เหล้า เอทิลแอลกอฮอล์ เหล้ามีบทบาทในการเกิดโรคมะเร็ง บริเวณศีรษะ คอ    ดังต่อไปนี้ครับ…

        1. แอลกอฮอล์ มีหน้าที่เป็นตัวทำลายของสารพิษ
        2. แอลกอฮอล์ เป็นตัวทำให้ระบบทำลายสารพิษต่างๆ เสื่อมประสิทธิภาพลง ทำให้ปริมาณสารพิษตกค้างในร่างกายจนเกิดการสะสม แสดงความเป็นพิษออกมา
        3. แอลกอฮอล์ ทำให้ระบบ metabolism ที่อวัยวะเปลี่ยนแปลงไป
        4. เนื่องจาก แอลกอฮอล์  1  gm  ให้พลังงาน  ถึง  7  Recal  ทำให้เกิดภาวะทุพโภชนาการในผู้ติดสุรา ทำให้มีการขาดสารอาหารรุนแรงด้วย
        5. แอลกอฮอล์ สามารถลดการดูดซึมสารอาหารที่สำคัญๆ รวมทั้ง วิตามิน ต่างๆ ช่วยในการควบคุม การแบ่งตัวของเซลล์ทำให้ metabolism ภายในเซลล์และของอวัยวะลดลง หรือไม่ทำงานเป็นปกติ

11. บุหรี่ ทำให้เกิดโรคมะเร็งปอด มะเร็งช่องปาก มะเร็งในทางเดินหายใจ อัตราเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง ขึ้นอยู่กับจำนวนบุหรี่ต่อวัน คนเป็นโรคมะเร็งปอดถึง 90 % เคยสูบบุหรี่เป็นเวลานานๆมาก่อน ในควันบุหรี่มีสารก่อมะเร็งหลายชนิด ในการเผาผลาญบุหรี่ อย่างสมบูรณ์จนได้ควันบุหรี่  จะได้สารเคมี > 3,000 ชนิด มีสารก่อมะเร็ง คือ เบนโซ (10) สารเคมีที่ก่อกลายพันธุ์  สารก่อการเกิดมะเร็ง อื่นอีกมากมาย 

%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87

การโรคตับ ตัวเหลือง ตาเหลือง มือเหลือง

อาการของโรคตับแข็งในระยะเริ่มแรกจะไม่แสดงออกอย่างชัดเจน ผู้ที่ป่วยเป็นโรคตับแข็ง จึงไม่ค่อยรู้เนื้อรู้ตัว อาการของโรคตับแข็ง  จะสังเกตได้ดังนี้

มาค่ะมาสังเกตุอาการของโรคมะเร็งตับมีอาการต่างๆดังต่อไปนี้

       – เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
       – คลำเจอก้อนที่บริเวณตับ
       – ท้องบวมโตขึ้น เนื่องจากมีน้ำ และมีก้อนในท้อง
       – ตัวเหลือง ตาเหลือง
       – จุกเสียดแน่นท้อง
       – ปวดท้องตลอดเวลา
       – อาการของผู้ป่วยทรุดลงอย่างรวดเร็ว
       – อ่อนเพลีย

%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b9%88%e0%b8%99

พริกป่น มีความชื้นสูง และเก็บไว้เป็นเวลานาน

อัฟฟล่าท็อกซิน (Aflatoxin)

หลายคนคงคุ้นเคยว่า อัฟฟล่าท็อกซิน ที่มีใน ถั่วลิสง ถั่วลิสงอบ ถั่วลิสงคั่ว ไม่ว่ามันยังแอบแฝงตัวอยู่ในอาหารมีเชื้อรา อะฟลาท็อกซิน เป็นตัว สำคัญไปสู่โรคมากมาย โรคที่น่าหวาดกลัว คือ “ โรคมะเร็งตับ

liver-cancre

          สารอัฟฟล่าท็อกซินเป็นสารพิษที่เกิดจากเชื้อรา ผลิตจากเชื้อรา ในกลุ่ม Aspergillus flavus, Aspergillus paracticus เชื้อรา2 ชนิดนี้ มักจะชอบภาวะความชื้น จึงมักจะฝังตัวอยู่ในอาหารที่มีความชื้น

อัฟฟล่าท็อกซิน แบ่งได้เป็น 4 ชนิด
Aflatoxin B1, Aflatoxin B2, Aflatoxin G1, Aflatoxin G2 โดยอฟลาท็อกซินที่อันตรายที่สุดคือ “ Aflatoxin B1

%e0%b8%82%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%87

อัฟฟล่าท็อกซินพบได้จากไหน

     ~ สารอัฟฟล่าท็อกซิน นอกจากจะพบบ่อย ในถั่วลิสง ยังพบในถั่วชนิดอื่น

     ~ ประเภทธัญพืช  ถั่วเมล็ดแห้ง ข้าว ข้าวโพด งาดำ งาขาว

     ~ ประเภทแป้ง  แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว แป้งสาลี แป้งมันสำปะหลัง ข้าวฟ่าง

     ~ อาหารอบแห้ง   พริกแห้ง พริกป่น พริกไทย งา ปลาแห้ง กุ้งแห้ง กระเทียม     หัวหอม ผักและผลไม้ อบแห้ง เครื่องเทศอบแห้ง สมุนไพรอบแห้ง ชา กาแฟคั่วบด ผลิตภัณฑ์แปรรูป แทบทุกชนิดที่ใช้วัตถุดิบ ทางการเกษตรที่มีเชื้อราปนเปื้อนอยู่ก่อน หลายคนมีความเข้าใจผิดว่า อัฟฟล่าท็อกซิน เชื้อรา สามารถตายลงได้หลังจากปรุงอาหาร ด้วยความร้อน แต่แท้จริงแล้ว  อัฟฟล่าท็อกซินไม่สามารถตาย สลายไปได้จากการปรุงอาหาร เพราะอัฟฟล่าท็อกซินสามารถทนความร้อนได้สูงถึง 260 องศาเซลเซียส

⏰  หลายคนมีพฤติกรรมเสี่ยง บริโภคสารพิษ โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์เหตุเกิดจากความเสียดาย เมื่อเจออาหารขึ้นรา ก็ตัดส่วนที่ขึ้นราออกไป แล้วนำส่วนที่ยังดี มาปรุงอาหาร นำภาชนะที่บรรจุอาหารขึ้นรา มาล้าง มาใช้ซ้ำ ถือเป็นพฤติกรรมที่ผิด เสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ อย่างง่ายดายเลยทีเดียว เพราะราที่เกิดขึ้นบนอาหาร เราสามารถเห็นได้ ด้วยตาเปล่า  ไม่เห็นด้วยตาเปล่า หากอาหาร เกิดราสีเขียวอมเหลือง  สีเขียวเข้มขึ้น ควรทิ้งอาหาร ไปทันที และ ควรทิ้งภาชนะที้ใส่อาหารขึ้นราด้วย เพื่อป้องกันสารตกค้าง

%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7

อันตรายจาก เชื้อราอัฟฟล่าท็อกซิน เชื้อรา หากเราได้รับเข้าไปในร่างกาย อาจเป็นปัจจัยให้เราเกิดโรคตับ อาการตับติดเชื้อ ตับอักเสบ อาการตับเลือดออก นำมาซึ่งโรคตับแข็ง หากได้รับเชื้อราอัฟฟล่าท็อกซิน สะสมเป็นเวลานาน พบว่าจะทำให้กลายเป็น โรคมะเร็งตับ อาจก่อโรคมะเร็งตามอวัยวะอื่น ๆ ระบบทางเดินอาหาร ระบบหายใจ ระบบสืบพันธ์ุ ระบบประสาท ใส่ใจก่อนกิน ก่อนปรุง ช่วยหลีกเลี่ยงสารพิษ  จากอัฟฟล่าท็อกซินได้

     1.ไม่ควรซื้อกลุ่มอาหาร  ผลิตภัณฑ์ประเภทถั่ว อาหารแห้ง มากักตุนไว้เป็นจำนวนมาก หลีกเลี่ยงต้องเก็บไว้เป็นเวลายาวนาน

    2. ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เก็บไว้ในภาชนะมิดชิด

    3. ก่อนซื้อควรสังเกตสีของอาหารอบแห้ง หากมีเข้มออกจะน้ำตาลเกินไป อาจเป็นแหล่งก่อตัวของเชื้อราอัฟฟลาท็อกซินจำนวนมาก

    4. เมื่อต้องออกไปกินข้าวนอกบ้าน ควรสังเกตความสะอาดของร้าน สีของเครื่องปรุง  ถั่วลิสงคั่วบด พริกป่น หากถั่วมีสีเข้มจัด มีกลิ่นหืน ไม่ควรรับประทาน พริกป่นหากมีสีแดงค่อนไปทางแดงดำ นั่น คือ อาจมีเชื้อราอัฟฟล่าท็อกซินปนเปื้อน

     5. อย่าเสียดายสารพิษที่จะทำร้ายร่างกายเรา พบว่าอาหารแห้งถั่วมีจุดรา ให้รีบทิ้งอาหารไปทันที ควรทิ้งภาชนะที่บรรจุนั้นด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงการปนเปื้อนเชื้อรา

     6. หากต้องทำเมนูที่มีถั่วบด พริกแห้ง กุ้งแห้ง ของแห้ง แนะนำให้ทำเครื่องปรุงใหม่ ทำแต่น้อยพอกิน ไม่ต้องเก็บไว้อีก

 

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีเลิศจาก
www.kapook.com
www.chularat.com
รศ.พญ.ปรียานุช แย้มวงศ์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

agel-umi

พบทางออกด้วยการใช้สารอาหารบำบัด

ครอส์ล้างพิษลดโรค

grn

เพียงทาน AGEL GRN วันละ 1 ซอง ต่อ วัน ตื่นนอนตอนเช้า

ข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม>>>>>                                                                                                               https://www.gelcremo.com/gel-product/agel-grn/

exo

เพียงทาน AGEL EXO วันละ 1 ซอง ต่อ วัน  เวลาก่อนนอน

ข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม>>>>>
https://www.gelcremo.com/gel-product/agel-exo/

เห็นผลภายใน 30 วัน โดยตรวจสอบจากการตรวจวัดค่าเลือด ก่อนทาน และ หลังทาน

 

UMI EXO มะเร็งตับ เบาหวาน ระยะที่ 3 สุขภาพแข็งแรง

https://youtu.be/8mVfltaFz8s

 

 

 

 

คอร์สบำบัดโรคสำหรัผู้ป่วยโรคมะเร็งตับ ทวานหนัก

umi

เพียงทาน AGEL UMI วันละ 1-2 ซอง ต่อ วัน เวลา 10.00-11.00น. และ เวลา 16.00-17.00น.

ข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม>>>>>                                                                                                               https://www.gelcremo.com/gel-product/agel-umi/

min

เพียงทาน AGEL MIN วันละ 1 ซอง ต่อ วัน  เวลาตื่นนอนตอนเช้า

ข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม>>>>>

https://www.gelcremo.com/gel-product/agel-min/

*****การทานให้เห็นผลควนมานอย่างต่อเนื่อง 4-8 เดือน และวัดผลจากอาการของผู้ป่วย*****                                                   (ผู้ป่วยแต่ละทาน ทานมากและทานน้อยขึ้นอยู่กับระยะของโรคและการดูแลสุขภาพผู้ป่วย เพื่อให้เห็นผลอย่างชัดเจน)

 

ปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์

คุณ กฤษฎา (เดียร์)
Tel : 087-6612207
Line : @gelgood

กด ?? ลิงค์ไลน์อัตโนมัติ
ด้านล่างได้เลยครับ

line://ti/p/~@gelgood


www.gelcremo.com

button_buy

You may also like...